ออม

 

 



โปรแกรมคำนวณทางการเงิน

คำนวณเงินออม

ทำไมจึงต้องออมเงิน

เพราะเรามีเป้าหมายชีวิตที่หลากหลาย การออมเงินจึงเป็นเรื่องจำเป็นและควรมีเป้าหมาย

  • ถ้าสงสัยว่า “ออมเงินทำไม” แสดงว่าเรายังขาดเป้าหมายการออม
  • ถ้าคิดว่า “มีรายได้น้อย ไม่มีเงินเหลือออม” แสดงว่าคุณมีนิสัยการใช้เงินที่ใหญ่กว่ารายได้ที่มี
  • เราสามารถแบ่งประเภทการออมตามเป้าหมายต่าง ๆ ได้แก่
  • ออมเพื่อทำความฝันให้เป็นจริง ออมเพื่อซื้อของที่มีมูลค่าสูง แต่ไม่อยากก่อหนี้ ออมเพื่อท่องเที่ยว การออมเพื่อทำตามความฝันหรือความต้องการ มักเป็นการออมในระยะสั้นถึงปานกลาง
  • ออมเผื่อกรณีฉุกเฉิน ไม่ว่าจะเป็นการออมเพื่อรับมือกับโรคภัยไข้เจ็บ การออมเพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนทางด้านเศรษฐกิจไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นหรือประสบภาวะตกงาน และเงินออมส่วนนี้ควรจะออมให้เท่ากับค่าใช้จ่ายประจำ 3-6 เดือน
  • ออมเพื่อการลงทุน เราสามารถนำเอาเงินออมบางส่วนนั้นไปลงทุนเพื่อให้เกิดดอกผลงอกเงยขึ้น ในระดับความเสี่ยงที่เรายอมรับได้ เพราะการลงทุนบางอย่างก็มีโอกาสที่จะเสียเงินต้นได้ โดยเราสามารถเลือกลงทุนในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ซื้อพันธบัตร กองทุนรวม หรือการลงทุนในหุ้น เป็นต้น
  • ออมเพื่อเกษียณอายุ วัยเกษียณจะเป็นช่วงที่คุณไม่มีรายได้หลักเข้ามาแล้ว การออมจะเป็นเงินที่เก็บไว้เพื่อใช้จ่ายในวัยนี้ รวมถึงเงินที่ออมไว้ก็เอาไว้ใช้เพื่อทำกิจกรรมต่าง ๆ อย่างการท่องเที่ยว เพื่อสร้างความสุขให้แก่ชีวิตในวัยเกษียณ และบางคนจะออมเงินเพื่อเป็นมรดกให้แก่ลูกหลาน
รายละเอียดเพิ่มเติม
        
อ่านเรื่องการออมเพิ่มเติมในหัวข้อ 'ออม'


        
ลองคำนวณเงินออมตามเป้าหมายที่
'โปรแกรมคำนวณเงินออม'


        
เรียนรู้ 6 ที่สุดของวิธีออมเงินขั้นเทพ โดย aommoney.com


หลักการออม

เมื่อมีรายได้ควรออมก่อนใช้จ่ายอย่างอื่น โดยสัดส่วนการออมไม่ควรน้อยกว่า 10% ของรายได้

 


การออมเงินเป็นการจ่ายเพื่ออนาคตของตนเอง เมื่อมีรายได้จง “จ่ายให้เป้าหมายตนเองก่อน” ก่อนใช้จ่ายอย่างอื่น ไม่เช่นนั้นแล้วหลาย ๆ คงจะบ่นว่า “ไม่มีเงินเหลือออม” แล้วเราก็จะไม่ไปถึงเป้าหมายที่เราตั้งไว้สักที

รายได้ – เงินออม = เงินที่ใช้จ่ายได้

เราควรออมเงินเท่าไรดี อันที่จริงแล้วสัดส่วนการออมนั้น ขึ้นกับความพอใจของแต่ละคน แต่ไม่ควรน้อยกว่า 10% ของรายได้ แลแยกบัญชีการออมตามเป้าหมาย เพื่อป้องกันการใช้เงินปะปนกัน

 

ปัจจัยควรคิดก่อนออม

เมื่อเริ่มต้นคิดจะออมเงิน เราควรคำนึงถึงปัจจัยอะไรบ้าง จะเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์การออมในรูปแบบต่าง ๆ ได้อย่างไร

 

 

เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่คุณต้องการออมเงิน จึงควรพิจารณาผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดที่ทางสถาบันการเงินนำเสนอและนำมาเปรียบเทียบกับในด้านต่างๆ ดังนี้

  • ผลตอบแทนจะได้ในรูปของดอกเบี้ย ผลตอบแทนหรือดอกเบี้ยที่สูงก็จะทำให้เงินออมเพิ่มได้เร็วขึ้น
  • อัตราเงินเฟ้อ ในอนาคตราคาสินค้าก็จะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ เงินจำนวนเท่าเดิมย่อมซื้อของได้น้อยลง จึงต้องดูถึงอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงมาพิจารณา โดยมีวิธีคำนวณดังนี้

อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง = อัตราดอกเบี้ยในรูปตัวเงินที่ได้รับ - อัตราเงินเฟ้อ

อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงไม่ควรที่จะติดลบเพราะเท่ากับว่าเงินออมที่เพิ่มขึ้นไม่พอกับราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้น (หรือไม่พอกับค่าใช้จ่าย)

  • ระยะเวลาการออม ถ้าคุณคิดจะออมการเริ่มต้นออมยิ่งเร็วเท่าไหร่เงินที่ออมก็จะงอกเงยได้เร็วขึ้นด้วย

เงินออมของเราจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าได้ภายในกี่ปี ขึ้นอยู่กับอัตราผลตอบแทน ดังนี้

จำนวนปีออม =            72              
                   อัตราผลตอบแทน

  • สภาพคล่องทาง* การเงิน ผลิตภัณฑ์การออมแต่ละประเภทก็จะมีสภาพคล่องที่ต่างกัน ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่มีผลตอบแทนต่ำก็มักจะมีสภาพคล่องสูง ในทางกลับกันถ้าผลตอบแทนสูงก็จะมีสภาพคล่องต่ำ ทั้งนี้คุณก็ควรจะแบ่งเงินออมไว้เผื่อฉุกเฉินในบัญชีที่มีสภาพคล่องสูง และเงินออมอีกส่วนไว้เป็นเงินฝากประจำหรือนำไปลงทุน
  • อัตราค่าธรรมเนียม และภาษี การออมเงินด้วยผลิตภัณฑ์ต่างๆ ต้องดูว่ามีค่าธรรมเนียมอย่างไร และเสียภาษีหรือไม่ ซึ่งจะส่งผลต่อเงินออมและผลตอบแทนที่ได้รับ

* สภาพคล่อง คือ ความยากง่ายที่จะเปลี่ยนสินทรัพย์ให้เป็นเงินสด

 

ออมเงิน VS ลงทุน

การออมช่วยให้เราไปถึงเป้าหมายที่วางไว้ แต่การลงทุนช่วยให้เงินออมของเรางอกเงยและไปถึงเป้าหมายได้เร็วขึ้น แต่ก็มีความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นด้วย

 

การออมช่วยให้เราไปถึงเป้าหมายที่วางไว้ แต่ถ้าต้องการให้เงินออมของเรางอกเงยมากขึ้น ไปถึงเป้าหมายได้เร็วขึ้น การลงทุนจึงเป็นทางเลือกที่ให้ผลตอบแทนดีกว่าแลกกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น แต่ก่อนจะเลือกออมเงินหรือเลือกลงทุนควรรู้ความแตกต่างระหว่างการออมเงินและการลงทุน เปรียบเทียบการออมและการลงทุนได้จากตาราง

 

 

การออม

การลงทุน

เป้าหมาย

ระยะสั้นถึงยาว

ระยะยาว

ผลิตภัณฑ์

เงินฝากธนาคาร, พันธบัตร

พันธบัตร, หุ้นกู้, หุ้น, กองทุนรวม

ความเสี่ยง

ต่ำ

ตามหลักทรัพย์แต่จะสูงกว่าการออมด้วยเงินฝาก

ผลตอบแทน

ดอกเบี้ย

ดอกเบี้ย เงินปันผล หรือกำไร

ข้อดี

สภาพคล่องสูง

ผลตอบแทนระยะยาวจะสูง

ข้อเสีย

ส่วนใหญ่อัตราดอกเบี้ยน้อยกว่าอัตราเงินเฟ้อ

อาจจะขาดทุนจากการลงทุน

 

ดาวน์โหลด

 

ดาวน์โหลด
เอกสารอ่านเพิ่มเติมเรื่อง การออม
aommoney.com เวบไซต์รวมเรื่องการออม และผู้รู้ที่ช่วยแนะนำเรื่องการออม
4 เคล็ดลับออมเงิน เก็บเก่งรวยเร็ว โดย ธนาคารกรุงศรี
สุดยอด 8 เทคนิค ออมเงินไว้ เหลือใช้ตลอดชีวิต  โดย Sanook! Money
VDO