บริหารหนี้สิน

 

 


    ความรู้ทางการเงินเกี่ยวกับหนี้สิน พบว่า
ประสบปัญหารายรับไม่เพียงพอกับรายจ่ายถึง 67%
มีพฤติกรรมใช้จ่ายก่อน เหลือแล้วจึงออมถึง 88%
กว่า 66% ไม่มีการแยกบัญชีธนาคารตามวัตถุประสงค์ทางการเงิน
 

หนี้ที่ดี VS หนี้ที่ไม่ดี

เราควรพิจารณาถึงว่าหนี้ที่เรามีอยู่นั้นเป็นหนี้ที่ดีหรือหนี้ที่ไม่ดี เพื่อการจัดการหนี้ที่เหมาะสม

 

 

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าหนี้ที่เรามีอยู่ เป็นหนี้ดีหรือไม่ดี หนี้ที่ดีและหนี้ที่ไม่ดีมีลักษณะ ดังนี้
“หนี้ที่ดี” จะต้องเป็นหนี้ที่ก่อให้เกิดรายได้ในอนาคตได้ เช่น เงินกู้เพื่อการศึกษามีโอกาสให้มีรายได้เพิ่มขึ้น เงินกู้ที่อยู่อาศัยเมื่อผ่อนหมดก็จะขายต่อสร้างรายได้ได้ เป็นต้น
“หนี้ที่ไม่ดี” ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ และก็มักจะเป็นหนี้ที่มาจากการบริโภคเป็นหลัก
ถ้าเรารู้แล้วว่าหนี้ที่มีอยู่เป็นหนี้ที่ไม่ดี ให้รีบชำระคืนให้หมดโดยเร็ว เพราะนอกจากจะเสียดอกเบี้ยแล้วยังไม่ก่อประโยชน์ใด ๆ ให้เราเลย

 

มีหนี้สินล้นพ้นตัว จัดการอย่างไรดี

สัญญาณอะไรบ้างที่บอกว่าเราเริ่มมีปัญหาในการจัดการหนี้ แล้วจะแก้ไขอย่างไรให้ทันท่วงที

  • สัญญาณบ่งชี้ว่ามีปัญหาการจัดการหนี้

1) ยอดหนี้สูงขึ้นเรื่อย ๆ หรือยอดไม่ลดลงเลย
2) จ่ายหนี้ไม่เต็มจำนวน จ่ายช้ากว่ากำหนด
3) ถอนเงินออมออกมาใช้เรื่อย ๆ
4) กดเงินสดจากบัตรกดเงินสดหรือบัตรเครดิตเพื่อไปโปะหนี้ตรงอื่นหรือนำมาใช้จ่ายได้

  • ต้องเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทันที นั่นคือ

1) หยุดการก่อหนี้เพิ่มเด็ดขาด แล้วพยายามจ่ายหนี้ที่มีอยู่ให้ได้มากที่สุด
2) จดบันทึกรายรับรายจ่าย ให้รู้ว่าเราจะลดรายจ่ายอะไรได้บ้าง
3) จดบันทึกหนี้สิน ว่าเรามีเจ้าหนี้กี่ราย รายละเท่าไร ดอกเบี้ยเท่าไร
4) สำรวจทรัพย์สิน ว่าจะสามารถขายทรัพย์สินอะไรที่ไม่จำเป็น เพื่อเอาเงินมาใช้หนี้ได้บ้าง
5) ไม่หนีเจ้าหนี้ เพราะถ้าคุณไม่จ่ายหนี้ข้อมูลจะถูกบันทึกอยู่ในเครดิตบูโร* หากคุณขอสินเชื่อจะไม่รับการอนุมัติ
6) หาที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญทางการเงิน นักกฎหมาย รวมถึงปรึกษาและเจรจากับเจ้าหนี้
7) หาช่องทางสร้างรายได้เสริม

*เครดิตบูโร หรือข้อมูลเครดิต คือ ข้อมูลประวัติการชำระสินเชื่อ และการชำระบัตรเครดิตของบุคคลจากสถาบันการเงินที่เราไปทำธุรกรรมด้วย ซึ่งเก็บรวบรวมโดย บริษัท ข้อมูลบัตรเครดิตแห่งชาติ จำกัด

 

หลังจากปลดหนี้ได้แล้วทำอย่างไร

เมื่อสามารถปลดหนี้ได้หมดแล้ว ควรระมัดระวังในการก่อหนี้ในอนาคตให้มากขึ้น


เมื่อปลดหนี้ได้หมดแล้วต้องระมัดระวังในการก่อหนี้ในอนาคตให้มากขึ้น ต้องคิดถึงความจำเป็นก่อนจะก่อหนี้ครั้งต่อไป จัดทำแผนการเงินที่รัดกุมให้มากขึ้น ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้จ่ายและมีวินัยในการใช้เงิน คิดทุกครั้งก่อนซื้อสินค้าว่า “จำเป็น” หรือ “ต้องการ” หากเป็นอย่างหลังก็เก็บไว้พิจารณาคราวหลังถ้ามีเงินเหลือจากการใช้จ่ายสินค้าจำเป็น ถ้าคุณมีบัตรเครดิตหรือบัตรกดเงินสด ให้ลดจำนวนบัตรลงเพื่อเป็นการควบคุมโอกาสที่จะก่อหนี้ในอนาคต

เครดิตบูโร

เครดิตบูโรคืออะไร มีความสำคัญอย่างไร และจะสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ที่ไหน


  • เครดิตบูโร หรือข้อมูลเครดิต คือ ข้อมูลเกี่ยวกับการขอสินเชื่อที่เราไปทำธุรกรรมไว้กับสถาบันการเงินต่าง ๆ ซึ่งเก็บรวบรวมโดย บริษัท ข้อมูลบัตรเครดิตแห่งชาติ จำกัด ประกอบด้วย ข้อมูลคุณสมบัติของผู้ที่ขอสินเชื่อ และประวัติการขอสินเชื่อ
  • เครดิตบูโรสำคัญกับเราอย่างไร

เครดิตบูโรมีความสำคัญต่อตัวคุณอยู่ 2 ประการที่สำคัญ ดังนี้
1)  เพื่อตรวจสอบข้อมูลหนี้ที่เรามีอยู่กับสถาบันการเงิน ว่าข้อมูลนั้นถูกต้องหรือไม่
2)  เพื่อเตรียมตัวก่อนที่จะขอสินเชื่อ ให้เรารู้ถึงประวัติหนี้สินของเรา

  • เราจะตรวจสอบข้อมูลเครดิตบูโรได้อย่างไร

การตรวจสอบข้อมูลของเรานั้นจะต้องเตรียมเอกสารเพื่อแสดงตนโดยใช้บัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทาง หรือบัตรประจำตัวบุคคลต่างด้าว ฉบับจริง ถ้าไม่สามารถไปได้แต่ให้ผู้อื่นไปตรวจสอบแทนต้องเตรียม
1) หนังสือมอบอำนาจบุคคลธรรมดา กรอกรายละเอียดและลงนามให้สมบูรณ์ครบถ้วน
2) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจ และลงนามรับรองความถูกต้อง พร้อมตัวจริงมาแสดง
3) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ และลงนามรับรองความถูกต้อง พร้อมตัวจริงมาแสดง

รายละเอียดเพิ่มเติม
        
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท ข้อมูลบัตรเครดิตแห่งชาติ จำกัด

        

ไมโครเครดิต

ไมโครเครดิต คือ เงินกู้ที่วงเงินไม่สูงมาก สำหรับลูกค้ารายเล็กที่ไม่สามารถเข้าถึงเงินกู้ของธนาคารพาณิชย์ได้

  • ไมโครเครดิตคืออะไร
    ไมโครเครดิต หรือไมโครไฟแนนซ์ คือ เงินกู้ที่วงเงินไม่มาก ส่วนใหญ่จะปล่อยให้กับผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงเงินกู้ของธนาคารได้ เนื่องจากขาดหลักทรัพย์ค้ำประกัน ความมั่นคงของหน้าที่การงาน หรือมีประวัติการเงินไม่ดี โดยผู้ปล่อยกู้ไมโครเครดิตจะเป็นสถาบันไมโครไฟแนนซ์ เช่น สหกรณ์ เครดิตยูเนี่ยน หรือสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร เป็นต้น
            
  • ไมโครเครดิตเหมาะกับใครบ้าง
    คนที่มีรายได้น้อยหรือขาดคุณสมบัติที่จะเข้าถึงระบบการเงินของสถาบันการเงินทั่วไป ซึ่งคนที่จะใช้บริการของไมโครเครดิตส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพอิสระของตนเอง เช่น การทำธุรกิจขนาดเล็ก เช่น ค้าขาย หาบเร่แผงลอย เป็นต้น ซึ่งคนเหล่านี้มีรายได้ไม่มากแต่ก็ยังมีความที่ต้องการจะขยายธุรกิจของตนเอง

ดาวน์โหลด

เอกสารควรรู้เกี่ยวกับเรื่อง หนี้สิน

ดาวน์โหลด
เอกสารอ่านเพิ่มเติมเรื่อง หนี้สิน
VDO