ประกัน/ฉุกเฉิน

 

 


    ความรู้ทางการเงินเกี่ยวกับการประกัน พบว่า
ในปัจจุบันภัยทางการเงินมีหลากหลายรูปแบบด้วยกัน เราควรมีรู้เท่าทันกลโกงของคนร้ายเพื่อป้องกันตัวเอง ซึ่งภัยทางการเงินที่พบได้บ่อย มีดังนี้

การประกัน

การประกันเป็นการช่วยลดความเสี่ยงจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน ที่อาจเกิดขึ้นต่อร่างกายและทรัพย์สิน


การประกันคืออะไร มีกี่ประเภท

            การประกัน คือ การที่ผู้รับประกันจะชดใช้ความเสียหายที่ได้เอาประกันภัยไว้ และผู้เอาประกันภัยมีหน้าที่ที่ต้องชำระเบี้ยประกันภัยตามวงเงินที่ได้ระบุไว้ในกรมธรรม์ (หรือสัญญา) การประกันจะช่วยลดความเสี่ยงจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน


            การประกันภัยแบ่งเป็นประเภทต่าง ๆ ตามวัตถุประสงค์ ได้แก่
            1) ประกันสุขภาพ เป็นการให้ความคุ้มครองค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลอันเกิดจากผู้เอาประกันภัยเกิดโรคภัยไข้เจ็บตามความคุ้มครองของกรมธรรม์
            2) ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล เป็นการให้ความคุ้มครองความสูญเสียหรือความบาดเจ็บทางร่างกายของผู้เอาประกันภัยอันเกิดจากอุบัติเหตุ
            3) การประกันชีวิต บริษัทประกันชีวิตจะจ่ายให้กับผู้เอาประกันหรือผู้รับประโยชน์กรณีที่ผู้เอาประกันต้องสูญเสียรายได้จากการเสียชีวิต ทุพพลภาพถาวรหรือชราภาพ ตามจำนวนเงินที่ระบุไว้ ซึ่งประกันชีวิตแบ่งตามลักษณะความคุ้มครองและผลประโยชน์ที่ได้รับ 4 แบบ ได้แก่ แบบตลอดชีพ แบบสะสมทรัพย์ หรือแบบออมทรัพย์ แบบชั่วระยะเวลา แบบเงินได้ประจำ หรือแบบบำนาญ
            4) ประกันวินาศภัย บริษัทผู้รับประกันภัยทำสัญญายินยอมที่จะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนหรือชดใช้เงินจำนวนหนึ่ง ให้กับผู้เอาประกันภัยในกรณีที่เกิดความเสียหายเกี่ยวกับทรัพย์สินที่เอาประกัน เช่น ประกันอัคคีภัย ประกันรถยนต์

ควรรู้อะไรถ้าทำประกัน

  • วัตถุประสงค์ของการทำประกัน เพื่อเลือกรูปแบบประกันได้เหมาะสมกันตน รวมทั้งเลือกผลิตภัณฑ์ที่เราสามารถชำระเบี้ยประกันได้ด้วย
  • ซื้อประกันกับตัวแทนที่ใบอนุญาต
  • ควรอ่านเอกสารเสนอขายอย่างละเอียดว่าตรงกับวัตถุประสงค์ที่เราอยากได้หรือไม่
  • ควรกรอกเอกสารใบคำขอเอาประกันภัยด้วยตนเอง และตามความเป็นจริง หากตัวแทนประกันกรอกข้อมูลให้ ควรอ่านให้ดีก่อนลงนามในเอกสาร
  • หลังจากชำระเบี้ยประกันแล้ว เราจะได้รับใบรับเงินชั่วคราวของบริษัทที่เราทำประกันด้วย ตัวแทนขายประกันลงนามตรงช่องรับเงิน จากนั้นเราจะได้รับใบรับเงินเบี้ยประกันตัวจริง พร้อมกับกรมธรรม์ ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ลงนามในใบรับเงินชั่วคราว
  • หากเราซื้อประกันไปแล้ว หากพบว่าไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ที่เราต้องการแต่แรก เราสามารถยกเลิกกรมธรรม์ได้ภายใน 15 วันนับจากวันที่ได้รับกรมธรรม์ประกันภัย โดยจะได้รับเบี้ยคืน แต่เสียค่าใช้จ่ายฉบับละ 500 บาท และค่าตรวจสุขภาพจ่ายตามจริง

 

ฉุกเฉิน ตกงาน

ความไม่แน่นอนเกิดขึ้นได้เสมอ เราควรมีการวางแผนการเงินเพื่อรับมือกับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น

 

 

วางแผนทางการเงินรับมือเหตุฉุกเฉิน

            1. ออมเงินเผื่อกรณีฉุกเฉิน เงินออมส่วนนี้ควรจะมีจำนวนประมาณ 3-6 เท่าของรายจ่ายประจำเดือน
            2. ไม่ควรมีรายได้จากแหล่งเดียว คุณควรมีแหล่งรายได้จากหลายแหล่งเพื่อเป็นรายได้เสริม ซึ่งจะช่วยลดความความเดือดร้อนหากคุณตกงานจากแหล่งงานที่สร้างรายได้หลักให้กับคุณ

 

ทำอย่างไรเมื่อขาดรายได้

            ควรปรับแผนการใช้จ่ายเงินให้ต่างกับช่วงเวลาปกติ โดยพิจารณาจาก
            1. ช่วงที่เราตกงานหรือขาดรายได้นั้นจะกินระยะเวลานานแค่ไหน และจะมีเหตุฉุกเฉินอะไรที่มีเหตุให้ต้องใช้เงินโดยด่วนบ้างหรือไม่ และควรจะจัดสรรเงินออมที่จะนำมาใช้จ่ายให้เพียงพอกับช่วงเวลาที่คิดว่าจะต้องตกงานหรือขาดรายได้
            2. สำรวจว่าเงินที่มีอยู่ทั้งหมดหรือรายได้ที่มาจากสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ อย่างประกันสังคม รวมกับเงินออมของเรา จะเพียงพอต่อการใช้จ่ายในช่วงนี้หรือไม่ ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นลงให้ได้มากที่สุด รวมทั้งหารายได้เสริมในช่วงที่ยังไม่สามารถหารายได้หลักได้

 

จัดการหนี้สินในภาวะขาดรายได้

            ลองดูว่าคุณควรจะจัดการกับหนี้สินแต่ละตัวอย่างไรดี
            1. หนี้บัตรเครดิต คุยกับสถาบันการเงินเพื่อเจรจาขอปรับปรุงโครงสร้างหนี้ เพื่อให้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง ถ้าคุณไม่เคยมีประวัติเสียในการจ่ายหนี้ที่ผ่านมา ก็จะพอต่อรองได้ หรือถ้าคุณมีหนี้จากบัตรหลายใบอาจจะต้องขอเจรจาเพื่อรวมหนี้เป็นก้อนเดียว
            2. หนี้รถยนต์ หนี้รถยนต์นี้จะเป็นหนี้ที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ถ้าคุณคาดว่าเงินออมไม่เพียงพอถ้านำมาผ่อนรถด้วย คุณควรขายต่อโอนเปลี่ยนสัญญา แล้วคนที่มาซื้อจะเป็นคนผ่อนงวดที่เหลือต่อไป แต่ถ้าคุณเพิ่งออกรถมาผ่อนได้เพียงไม่กี่งวด อาจขายต่อลำบาก คุณอาจจะขายได้แค่มูลค่าที่คุณดาวน์รถ
            หากคุณปล่อยให้รถถูกไฟแนนซ์ยึด คุณต้องพึงระลึกไว้ว่าเมื่อไฟแนนซ์ยึดรถของคุณไปแล้วก็อาจจะไปขายต่อในราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาด คุณก็จะต้องชดใช้ค่าส่วนต่างที่ถูกกว่าท้องตลาดด้วย
            3. หนี้บ้าน คอนโด และที่อยู่อาศัยอื่นๆ เป็นหนี้ที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันเช่นเดียวกับรถยนต์ แต่มีมูลค่าที่สูง ควรไปคุยกับสถาบันการเงินเพื่อเจรจาขอรีไฟแนนซ์ แต่ก็ต้องมีค่าใช้จ่ายในการขอรีไฟแนนซ์ ซึ่งในภาวะที่ขาดรายได้ แน่นอนว่าเป็นเงินจำนวนไม่น้อยเลย หรือเจรจาขอลดมูลค่าผ่อนแต่ละงวด หรือหากคาดว่าจะไม่สามารถผ่อนหนี้ก้อนหนี้ได้อีกหลายเดือน ควรขายบ้าน/คอนโด นั้น ๆ ก่อนที่จะโดนยึด เพราะเมื่อไฟแนนซ์ยึดบ้านของคุณไปแล้ว และนำไปขายต่อในราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาด คุณก็จะต้องชดใช้ค่าส่วนต่างที่ถูกกว่าท้องตลาดด้วย

 

ดาวน์โหลด