วัยเกษียณ

 

 


    กลุ่มเกษียณ ที่มีความรู้ทางการเงินน้อย พบว่า
ประสบปัญหารายรับไม่เพียงพอกับรายจ่ายถึง 67%
มีพฤติกรรมใช้จ่ายก่อน เหลือแล้วจึงออมถึง 88%
กว่า 66% ไม่มีการแยกบัญชีธนาคารตามวัตถุประสงค์ทางการเงิน


โปรแกรมคำนวณทางการเงิน

คำนวณเงินออมเพื่อเกษียณอายุ

การวางแผนทางการเงินเพื่อเกษียณ

การวางแผนการเงินช่วยให้คุณเดินต่อไปในอนาคตได้อย่างถูกทิศทางและไปถึงเป้าหมายโดยไม่ยาก

  • ทำไมต้องวางแผนเกษียณ ช่วงชีวิตหลังเกษียณอายุ รายได้หลักของคุณจะขาดหายไป แต่ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ยังคงมีอยู่ จึงควรวางแผนเกษียณอายุตั้งแต่เนิ่น ๆ ไม่ควรรอให้ใกล้เกษียณแล้วจึงค่อยวางแผน เพราะเราอาจไม่มีเวลาพอที่จะเตรียมตัว

         1) ประเมินสถานะทางการเงินหลังเกษียณ
         2) ประเมินรายรับ เราต้องประเมินว่า หากเกษียณแล้ว เราจะมีรายรับจากทางไหนบ้าง เช่น ถ้าคุณเป็นข้าราชการก็อาจจะมีรายรับจากบำเหน็จ/ บำนาญ และเงินจากกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ถ้าเป็นพนักงานบริษัทเอกชนก็อาจจะได้รับเงินจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรือกองทุนประกันสังคม รวมทั้งดอกเบี้ยและเงินปันผลที่เกิดจากเงินฝากและการลงทุน เป็นต้น
         3) ประเมินรายจ่าย โดยปกติรายจ่ายประจำต่อเดือนในช่วงวัยเกษียณจะลดลงเหลือประมาณ 70% ของรายจ่ายปัจจุบัน ซึ่งยังไม่ได้รวมถึงค่ารักษาพยาบาลที่จะเพิ่มขึ้นตามช่วงวัย การประเมินค่าใช้จ่ายเริ่มต้นจากการบันทึกรายรับ-ค่าใช้จ่าย เพื่อให้รู้ว่าในแต่ละเดือนจะมีค่าใช้จ่ายในปัจจุบันมีอะไรบ้างซึ่งสะท้อนว่าในวัยเกษียณนั้นเราจะต้องใช้จ่ายอะไร และที่สำคัญคือเมื่อรายได้เราลดลงแล้ว เราจะลดรายจ่ายอะไรได้บ้าง
         4) ประเมินหลักประกันด้านการเงิน คุณมีหลักประกันที่เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันแล้วจะช่วยให้ไม่เป็นภาระทางการเงินหรือไม่เพื่อวางแผนการเงินได้เหมาะสม เช่น ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ เป็นต้น
         5) ประเมินปัจจัยเสี่ยงที่มีผลต่อรายรับรายจ่าย ไม่ว่าจะเป็นราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้น ปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ทำให้รายรับจากอัตราดอกเบี้ยลดลง เป็นต้น

  • เงินบำนาญ

            จะบรรลุเป้าหมายต่าง ๆ ได้อย่างไร ลดรายจ่าย หารายได้เพิ่ม ออมเงิน หรือเอาเงินไปลงทุนด้วยดี เช่น ปกรณ์มีเป้าหมายจะเรียนภาษาอังกฤษในอีก 4 เดือนข้างหน้า ค่าเรียน 10,000 บาท จึงต้องลดรายจ่ายและทำงานพิเศษ เพื่อให้ได้เงินเก็บเดือนละ 2,500 บาท เป็นต้น

  • บำนาญสำหรับข้าราชการ

            จะจ่ายเงินให้กับข้าราชการที่ครบอายุเกษียณ เป็นรายได้หลังเกษียณ รวมถึงสิทธิประโยชน์อื่น ๆ เช่น เงินช่วยเหลือกรณีทุพลภาพ กรณีเจ็บป่วย หรือเงินช่วยเหลือทายาทเมื่อผู้มีสิทธิเสียชีวิต เงินบำนาญ มีสองส่วนคือ บำนาญจากกรมบัญชีกลาง และเงินจาก กบข. (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานประกันสังคม https://www.gpf.or.th)

  • บำนาญชราภาพสำหรับลูกจ้างผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม

            เป็นสิทธิประโยชน์ที่ผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 180 เดือน และอายุครบ 55 ปี หรือความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง เช่น เสียชีวิต โดยถ้าจ่ายเงิน 180 เดือน จะได้รับเงินบำนาญชราภาพร้อยละ 20 ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย แต่ถ้าจ่ายเงินสมทบเกิน 180 เดือน ให้ปรับเพิ่มอัตราบำนาญชราภาพตามข้อ 1 ขึ้นอีกในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อ ระยะเวลาการจ่ายเงินสมทบทุก 12 เดือน สำหรับระยะเวลาที่จ่ายเงินสมทบเกินกว่า 180 เดือน (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานประกันสังคม http://www.sso.go.th/ )

  • เริ่มต้นจัดการเงิน รู้จักพฤติกรรมการใช้เงินและสถานะการเงินของตน ช่วยให้เราจัดการเงินได้ง่ายขึ้น

            จะลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ หรือลงทุนอะไร ต้องรู้จักสถานะการเงินของตนเองก่อน ด้วยการทำ งบดุล ซึ่งจะทำให้เรารู้ว่าจริง ๆ แล้วเรามั่งคั่งมากน้อยแค่ไหน (สินทรัพย์สุทธิ = สินทรัพย์ – หนี้สิน) และงบรายได้-ค่าใช้จ่าย ซึ่งจะทำให้เรารู้จักพฤติกรรมการใช้เงินของตนเองและรู้ว่าสามารถลดรายจ่ายส่วนไหนที่ไม่จำเป็นได้บ้าง

  • ตัวอย่างงบดุล และงบรายได้-ค่าใช้จ่าย

งบดุลของนายก้อง
ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2558
หน่วย: บาท

สินทรัพย์  

หนี้สิน

สินทรัพย์หมุนเวียน

   

หนี้สินระยะสั้น

 

เงินสด

10,000  

หนี้บัตรเครดิต

8,500

เงินฝาก

150,000  

หนี้ผ่อนกล้อง 6 เดือน

6,000
เงินกองทุนรวม 50,000      

สินทรัพย์ประจำ

   

หนี้สินระยะยาว

 
บ้านและที่ดิน 1,730,000   หนี้ผ่อนบ้านและที่ดิน 985,000
รถยนต์ 346,000      
เครื่องประดับ 68,000      

โทรศัพท์มือถือ

6,000  

 

 

สินทรัพย์รวม

2,360,000  

หนี้สินรวม

999,500

สินทรัพย์รวม – หนี้สินรวม = สินทรัพย์สุทธิ = 1,360,500

 

งบรายได้-ค่าใช้จ่าย ของนางพะยอม
เดือนพฤษภาคม 2558
หน่วย: บาท

รายได้  

ค่าใช้จ่าย

เงินเดือน

30,000  

รายจ่ายคงที่

 

โอที (ค่าทำงานล่วงเวลา)

5,000  

ค่าผ่อนบ้าน

9,150

ดอกเบี้ย เงินปันผล

2,000  

ค่าผ่อนรถ

6,700
      ค่าน้ำมันรถ 1.200
      รายจ่ายจร  

 

   

ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์

980
      ค่าอาหาร 7,250

 

   

อื่น ๆ

950

รายได้รวม

37,000  

ค่าใช้จ่ายรวม

26,230

รายได้รวม – ค่าใช้จ่ายรวม = คงเหลือ 10,770

การออม

เราจะออมเงินไว้ใช้ในยามเกษียณได้อย่างไร กองทุนการออมแห่งชาติคืออะไร

  • ถ้าคิดว่า “มีรายได้น้อย ไม่มีเงินเหลือออม” แสดงว่าคุณมีนิสัยการใช้เงินที่ใหญ่กว่ารายได้ที่มี
  • จ่ายให้เป้าหมายตนเอง (ออม) ก่อนใช้จ่ายอย่างอื่น
  • สัดส่วนการออมไม่ควรน้อยกว่า 10% ของรายได้
  • ตัวอย่าง หากปัจจุบันคุณอายุ 35 ปี และต้องการเกษียณอายุ 60 ปี และคาดว่าจะมีอายุถึงประมาณ 80 ปี โดยอยากมีเงินใช้ต่อเดือนหลังเกษียณประมาณ 20,000 บาทต่อเดือน คุณสามารถเก็บออมเงินทุก ๆ เดือนอย่างน้อย 3,500 บาทต่อเดือนตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป (คิดอัตราผลตอบแทนการลงทุนที่ 6% ต่อปี)
  • กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) เป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้เราออมเงินไว้ใช้ยามเกษียณ โดยสมาชิกสะสมเงินเข้ากองทุนส่วนหนึ่ง แล้วรัฐจะสมทบให้อีกส่วนหนึ่ง ศึกษาหลักเกณฑ์การเข้าเป็นสมาชิก การสะสมเงิน และอื่น ๆ ได้ที่กองทุนการออมแห่งชาติ
รายละเอียดเพิ่มเติม
        
ลองคำนวณด้วยตัวเองผ่าน
'โปรแกรมคำนวณเงินออมเพื่อเกษียณอายุ



การลงทุน

การลงทุนช่วยให้เงินออมเพื่อการเกษียณงอกเงยและบรรลุเป้าหมายได้เร็วขึ้น


            1) รู้จักตัวเองก่อน ดูว่าเรามีรายรับรายจ่ายเท่าไร แล้วเราจะมีเงินมาลงทุนเท่าไร
            2) กำหนดเป้าหมายลงทุน มีกำหนดระยะเวลาที่เป้าหมายจะสำเร็จ จะทำให้เราเลือกการลงทุนที่ผลตอบแทนสอดคล้องกับเป้าหมายได้
            3) ความเสี่ยง* ที่ยอมรับได้ สินทรัพย์แต่ละประเภทมีความเสี่ยงต่างกัน ควรตัดสินใจลงทุนตามระดับความเสี่ยงที่เรายอมรับได้ ตัวอย่างสินทรัพย์ลงทุนความเสี่ยงต่ำ เช่น พันธบัตรรัฐบาล สินทรัพย์ลงทุนความเสี่ยงปานกลาง เช่น หุ้นกู้ สินทรัพย์ลงทุนความเสี่ยงสูง เช่น หุ้นสามัญ เป็นต้น
            4) จัดพอร์ตลงทุน หรือการจัดสรรสินทรัพย์ลงทุน เป็นการแบ่งเงินไปลงทุนในทรัพย์หลายประเภท เช่น กองทุนรวม พันธบัตร ที่ดิน เป็นต้น เนื่องจากสินทรัพย์แต่ละประเภทจะได้รับผลกระทบต่อภาวะการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่แตกต่างกัน การกระจายการลงทุนในสินทรัพย์หลายประเภท จะช่วยลดความเสี่ยงที่จะขาดทุนจำนวนมากได้
            5) ประเมินผลการลงทุนและปรับพอร์ต ควรหมั่นทบทวนและปรับปรุงแผนการลงทุนให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ปัจจุบัน

* ความเสี่ยงในการลงทุน คือ เหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นภายใต้สถานการณ์ที่ไม่แน่นอน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผลตอบแทนให้ไม่เป็นไปตามคาดหวัง อาจมากกว่าหรือน้อยกว่าที่คาดก็ได้

 

รายละเอียดเพิ่มเติม
        
อ่านเรื่องการลงทุนเพิ่มเติมในหัวข้อ 'ลงทุน'


การประกัน

การทำประกันช่วยลดความเสี่ยงจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน โดยประกันภัยแบ่งเป็น การ  ประกันสุขภาพ การประกันชีวิต และการประกันวินาศภัย

  • การประกัน* จะช่วยลดความเสี่ยงจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน
  • การประกันที่น่าสนใจสำหรับนักเรียน นักศึกษา เช่น

1) ประกันสุขภาพ เป็นการให้ความคุ้มครองค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลอันเกิดจากผู้เอาประกันภัยเกิดโรคภัยไข้เจ็บตามความคุ้มครองของกรมธรรม์
2) ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล เป็นการให้ความคุ้มครองความสูญเสียหรือความบาดเจ็บทางร่างกายของผู้เอาประกันภัยอันเกิดจากอุบัติเหตุ
3) การประกันชีวิต บริษัทประกันชีวิตจะจ่ายให้กับผู้เอาประกันหรือผู้รับประโยชน์กรณีที่ผู้เอาประกันต้องสูญเสียรายได้จากการเสียชีวิต ทุพพลภาพถาวรหรือชราภาพ ตามจำนวนเงินที่ระบุไว้
4) ประกันวินาศภัย บริษัทผู้รับประกันภัยทำสัญญายินยอมที่จะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนหรือชดใช้เงินจำนวนหนึ่ง ให้กับผู้เอาประกันภัยในกรณีที่เกิดความเสียหายเกี่ยวกับทรัพย์สินที่เอาประกัน

 

อ่านเรื่องการประกันเพิ่มเติมในหัวข้อ 'ประกัน/ฉุกเฉิน'


* การประกัน คือ การที่ผู้รับประกันจะชดใช้ความเสียหายที่ได้เอาประกันภัยไว้ และผู้เอาประกันภัยมีหน้าที่ที่ต้องชำระเบี้ยประกันภัยตามวงเงินที่ได้ระบุไว้ในกรมธรรม์ (หรือสัญญา)

 

ภัยการเงิน

ทำความรู้จักกับภัยทางการเงินในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ภัยกลโกงทางออนไลน์ ภัยจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์


ทุกวันนี้มีกลโกง ภัยทางการเงินรูปแบบต่าง ๆ มากมาย ตัวอย่างที่พบได้บ่อย

  • ภัยกลโกงทางออนไลน์

            คอมพิวเตอร์ของเราอาจจะติดมัลแวร์ หรือคนร้ายจะสร้างหน้าเวบไซต์ปลอมธนาคารที่ขึ้นมา เพื่อให้เรากรอกรหัสใช้งานและรหัสผ่าน กลโกงออนไลน์มีรูปแบบที่หลากหลายและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เราจึงควรติดตามข่าวสารอย่างสม่ำเสมอ
เราควรป้องกันตนเองไว้เบื้องต้น เช่น เปลี่ยนรหัสผ่านอีเมล์หรือบัญชีการใช้งานทางอินเทอร์เน็ตเป็นประจำ ไม่ควรจะใช้ลิงค์ที่มีการเชื่อมโยงกับเว็บไซต์หรือมาจากอีเมล์ที่ได้รับ ตรวจสอบคอมพิวเตอร์ที่เราใช้งานว่ามีโปรแกรมกำจัดมัลแวร์หรือไวรัสติดตั้งอยู่ เป็นต้น
            หากสงสัยว่าเจอเว็บไซต์ปลอม ควรจะแจ้งทางสถาบันการเงินนั้น ๆ และถ้าตกเป็นเหยื่อแล้ว ควรติดต่อสถาบันการเงินเพื่อระงับการโอนเงินหรือถอนเงิน หากไม่สามารถที่จะระงับการโอนเงินหรือถอนเงินแล้วนั้น ควรจะรวบรวมหลักฐานต่าง ๆ แจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ

  • ภัยจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์  

            แก๊งคอลเซ็นเตอร์จะสุ่มโทรหาและใช้คำพูดที่ทำให้ตกใจ เกิดความหวาดกลัว ส่วนมากจะแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่จากสถาบันการเงินหรือเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อหลอกให้เราไปทำธุรกรรมที่ตู้เอทีเอ็ม ที่พบได้บ่อย เช่น หลอกว่าบัญชีเงินฝากถูกอายัด เนื่องจากเราไปทำผิดกฎหมายไว้ ติดหนี้บัตรเครดิตอยู่ หลอกให้เราไปโอนเงินที่ตู้เอทีเอ็ม
            หากสงสัยว่าตกเป็นเหยื่อให้รวบรวมหลักฐานและแจ้งกับสถาบันการเงินให้ระงับการถอนและโอนเงิน ถ้าไม่สามารถระงับได้ให้รวบรวมหลักฐานแจ้งความและลงบันทึกประจำวัน เพื่อให้เป็นหลักฐานในการระงับและแจ้งไปยังสถาบันการเงิน เพื่อให้ดำเนินการตรวจสอบ และสุดท้ายให้แจ้งไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง  (อ่านเรื่องภัยการเงินเพิ่มเติมในหัวข้อ “ ถูกโกง”)


ชีวิตหลังเกษียณ

หลังเกษียณ รายได้ลดลง รายจ่ายสุขภาพเพิ่มขึ้น และการลงทุน จำเป็นต้องมีการจัดการอย่างเหมาะสม

  • จัดการกับรายรับที่ลดลง
    เมื่อถึงวัยเกษียณรายได้หลักที่ขาดหายไปแต่ยังมีค่าใช้จ่ายอยู่ รวมถึงค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้น เราจึงควรทำงบรายรับ-ค่าใช้จ่าย เพื่อดูว่าเรายังสามารถลดรายจ่ายอะไรได้บ้าง และรายรับที่เราจะได้ในช่วงนี้ เช่นเงินบำนาญ ผลตอบแทนจากการลงทุน เงินจากลูกหลาน รวมถึงเงินออมที่เราเก็บไว้ใช้ในวัยเกษียณ จะครอบคลุมค่าใช้จ่ายได้จนกว่าคุณจะเสียชีวิตหรือไม่ หากเราวางแผนเกษียณได้ดีในช่วงวัยทำงานเราจะไม่ต้องกังวลเลยว่าจะมีเงินไม่เพียงพอ
  • ถ้าเงินไม่พอใช้จ่าย
               ถ้าเงินไม่พอใช้จ่ายแต่คุณยังไม่เสียชีวิต!!! คุณควรหารายได้เสริมด้วยกำลังที่คุณสามารถทำได้จากความสามารถพิเศษหรืองานอดิเรกที่คุณทำอยู่ เช่น ปลูกต้นไม้ขาย รับเลี่ยมพระ ถ่ายรูป เป็นต้น จากนั้นขายทรัพย์สินที่ไม่จำเป็นต้องใช้
                หากว่าคุณอายุยืนกว่าที่วางแผนไว้มาก ไม่มีลูกหลานรับเลี้ยงดู คุณสามารถรับสวัสดิการจากสถานดูแลผู้สูงอายุ หรือคนเร่ร่อนที่ภาครัฐหรือมูลนิธิต่าง ๆ จัดไว้ให้ เช่น ศูนย์ประชาบดี (สายด่วน 1300) บ้านมิตรไมตรี สถานสงเคราะห์คนชราเฉลิมราชกุมารี (หลวงพ่อเปิ่นอุปถัมภ์) เป็นต้น
  • ลงทุนวัยเกษียณ
    หากคุณกำลังอยู่ในวัยเกษียณการลงทุนยิ่งต้องคำนึงถึงความเสี่ยงที่เหมาะสม โดยปรับพอร์ตลงทุนให้สินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำเป็นสัดส่วนที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ควรมีการลงทุนอยู่เพื่อให้ผลตอบแทนจากการลงทุนเป็นรายรับทางหนึ่ง ซึ่งสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก ลองคำนวณการลงทุนที่เหมาะสมกับช่วงอายุได้ที่ “โปรแกรมคำนวณการลงทุนที่เหมาะสม
  • หนี้วัยเกษียณ
    หากคุณอยู่ในวัยเกษียณ ไม่มีรายได้หลักแล้วจึงไม่ควรก่อหนี้เพิ่ม เพราะความสามารถที่คุณจะจ่ายหนี้ได้ลดลงอย่างมาก และหากยังมีหนี้คงค้างอยู่ให้ใช้หนี้ไม่หมดโดยเร็วที่สุด

 

ดาวน์โหลด

วัยเกษียณก็ควรที่จะว่าการวางแผนทางการเงินมีความสำคัญอย่างไร รู้จักการตั้งเป้าหมายการออม และเริ่มต้นจัดการเงินด้วยตนเอง

ดาวน์โหลด
เอกสารอ่านเพิ่มเติมเรื่อง ออม
ดาวน์โหลด
เอกสารอ่านเพิ่มเติมเรื่อง ลงทุน
ดาวน์โหลด
เอกสารอ่านเพิ่มเติมเรื่อง ประกัน/ฉุกเฉิน
ดาวน์โหลด
เอกสารอ่านเพิ่มเติมเรื่อง ถูกโกง
VDO

     การวางแผนการเงินก่อนเกษียณ-ออมเงินอย่างไร? โดย Smart Money
     การวางแผนการเงินหลังเกษียณ โดย Smart Money
     วางแผนเกษียณ ฉบับมนุษย์เงินเดือน (Happy Retirement) โดย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย